หาห้องพัก
ไม่ทันไร เวลาก็ผ่านไปอีกเดือนนึงแล้ว. สำหรับเดือนนี้ ใช้เวลาดูห้องพักเป็นส่วนใหญ่ และเนื่องจากที่ทำงานอยู่สถานี Dhoby Ghaut เลยลองหาที่พักที่อยู่ในแนวเส้นรถไฟฟ้าที่เดินทางไปถึงที่นั่นไวไว. ทำเลเหมาะ ประกอบด้วย Bishan, Toa Payoh ทั้งสองแห่งนี้เดินออกมาจะเจอกับสิ่งที่อำนวยความสะดวกเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ ร้านขายของชำ ซูเปอร์มาเก็ต สเตเดียม สระว่ายน้ำ ศูนย์บริการชุมชน (Community Service) ซึ่งจะมีพวกคอร์ดแบต หรือพวกกีฬาทั้งหลายอยู่ในนั้น ตึกห้องสมุดชุมชน และธนาคารที่หลากหลาย
น่าเสียดายที่ห้องพักก็ราคาขยับขึ้นมาตามความสะดวกด้วย จากเดิม ถ้าหาห้องพักแถวๆ Hougang ราคา 550 ก็ยังพอมี แต่พอมาที่นี่ ราคาขยับขึ้นมาเป็น 800 ทันที
สำหรับที่สิงคโปร์ แหล่งที่ดูที่พักจะมีอยู่ก็คือในเว็บไซต์ EasyRoommate.com กับ Gumtree.sg ส่วนเว็บไซต์อื่นจะเป็นเว็บไซต์ที่เหล่า Agent มารวมไว้อีกที (เช่น PropertyGuru.com.sg ) ก่อนหน้านี้เราได้ห้องพักจากหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งก็พบว่า มันก็ไม่ได้ถูกซะทีเดียว รวมถึงจำนวนโฆษณาในแต่ละโซนก็มีจำนวนน้อยกว่า
จริงๆ แล้ว ห้องพักที่นี่ เลือกทำเลที่ใกล้ MRT ก็ล้วนจะดีหมด เพราะผังเมืองได้รวมสิ่งที่อำนวยความสะดวกมาไว้บริเวณ MRT แทบทุกสถานี ประมาณว่า ถ้าต้องโดยสารด้วย MRT ละก็ เมื่อลงจากสถานีก็ซื้อข้าวของกลับเข้าบ้านได้จากข้างล่างสถานีแทบทุกแห่งเลย
การหาผ่าน Agent เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่, Agent ก็จะหาห้องพักให้ โดยแลกกับค่านายหน้าครึ่งราคาของราคาห้อง
สิ่งสำคัญในการเลือกห้องคือ ถ้าคิดว่าพอใจแล้ว ก็เตรียมเงิน เตรียมทำสัญญา ตอนวันที่ดูห้องเลย ช่วงนี้เป็นช่วงที่ อสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์มีไม่พอ ราคาเลยถีบจากช่วงสองสามปีก่อนขึ้นมามากมาย (ดัชชีราคาของ พท. ในแต่ละพื้นที่ อาจดูได้จากหน้า Classify ในหนังสือพิมพ์ มีตารางอ้างอิงไว้ให้)
สัญญา อาจจะต่อรองกับเจ้าของบ้านได้ ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ห้องพักที่ต้องการ เพราะ Requirement เยอะ, อยากได้บ้านที่ทำอาหารได้ สภาพห้องดูสะอาดๆ หน่อย มีหน้าต่าง มองออกจากหน้าต่างให้เห็นอะไรเขียวๆ บ้าง หรือไม่ก็ชั้นสูงๆ ที่รับลมได้เต็มที่ หลังจากบ้านที่แล้วตั้งราคา 1000 ต่อเหลือ 700 แต่ดันเบี้ยว ตอนนี้เลยยังไม่ได้ที่ถูกใจอีก ก็เดินหน้าหากันต่อไป.
Prepare to be the Professional in Singapore
จริงๆ ช่วงมานี่ครั้งแรก ผมได้เขียนเอกสารเก็บไว้ เพราะเห็นว่ามีหลายคนอยากมาสิงคโปร์เหมือนกัน แต่เอกสารนั้นก็ถูกทำลายทิ้งไปเสียก่อน ตอนนี้ คิดว่าจะเขียนบางส่วน ที่จะเป็นประโยชน์กับใครก็ตามที่อยากเดินทางมาสิงคโปร์เพื่อทำงาน
ทำไมถึงเป็นที่สิงคโปร์
ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของเงิน ที่เมื่อกลับไทยไปแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้มากโขอยู่ บ้างก็ว่าจะได้มาเที่ยว (แต่ที่เที่ยวที่นี่ ก็ไม่ได้มากขนาดเที่ยวกันไม่หมดนะ) สำหรับผม ที่นี่ คือจุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่มีอะไรหลายๆอย่างผลักดัน ให้มาในเส้นทางนี้
ใครบ้างที่ไม่ควรมาสิงคโปร์
- คนที่เบื่อง่าย - สิงคโปร์ ไม่ใหญ่นัก จริงๆ สถานที่เที่ยวที่นี่ ก็ไม่ได้มีมากนัก คนที่นี่นิยมเดินห้างกันในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะพบผู้คนเป็นล้านอยู่ในห้าง เหมือนตลาดนัดจตุจักร ถ้าชอบท่องเที่ยวไกลๆ เห็นน้ำตก ภูเขา ทิวทรรศที่แปลกตา ... ที่สิงคโปร์ ไม่มีให้
- คนที่ชอบงานสบาย - ไม่มีให้ ในสิงคโปร์ สิงคโปร์ จริงๆ ติดในสิบอันดับ ที่เจ้านายใช้แรงงานเยี่ยงทาสมากที่สุดในโลก (แต่แหล่งข่าวจากไหนก็จำไม่ได้แล้ว)
- ชอบอาหารรสจัด - ที่นี่ อาหารจะไม่ค่อยออกรสนัก จริงๆ คือจืดเลยแหละ อาหารแต่ละที่จะคล้ายๆ กัน คือ ประกอบด้วย อาหารอินเดีย มาเลย์ เกาหลี ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ราคาเท่าๆ กันหมด ร้านอาหารหากินไม่ยาก ในแถบที่เป็นโซนที่พัก แฟลต (HDB) มันจะมีศูนย์อาหารอยู่ข้างล่างตึก
- มีความเป็นส่วนตัวสูง - เนื่องจากที่นี่ อะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ถ้าเงินเดือน ยังไม่สูงมากนัก ก็คงนิยมอยู่แบบอยู่รวมกับคนอื่น เช่น แฟลต (HDB) ก็จะมีแบบ ห้องน้ำรวม แต่ห้องนอนแยก, ห้องน้ำในตัว แต่ใช้ครัวเดียวกัน จริงๆ ห้องเดี่ยวก็มี แต่ราคาก็ขยับขึ้นมาเช่นกัน
- ไม่ชอบขนส่งมวลชน - การเดินทางที่นี่ รถเมล์ และ รถไฟฟ้า เป็นหลัก
- ชอบของสด - ผลไม้และอาหารที่นี่ ของสดมี แต่แพงมาก คิดต่อราคา 100 กรัม ผลไม้กระป๋องเลยกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ราคาถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อ
- ไม่อยากมา - อืม ก็ไม่อยากมา แล้วจะมาทำไมละ จริงมั๊ย
ค่าใช้จ่าย
- ค่าที่พัก ประมาณ 500 - 1000 สำหรับห้องเดี่ยว นอนคนเดียว อาจจะมีแชร์ห้องน้ำ (Common Room) หรือ ห้องน้ำในตัว (Master Room) ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยหลักๆ คือแฟลต (HDB)
- ค่าเดินทาง เที่ยวละ 1-2 $S ~ 100 $S
- ค่ากิน ศูนย์อาหารนอกห้าง 3 - 7 $S ในห้าง 5 - 15 %S
- ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ - บางที่จะรวมอยู่ในค่าที่พักเรียบร้อยแล้ว เฉลี่ยประมาณ 50$S ต่อหัว
- ค่า Agent หาบ้าน -- ถ้าให้ Agent หาบ้านให้ เค้าคิดค่าใช้จ่าย ครึ่งนึง ของราคาเช่าบ้าน
- ค่ามัดจำบ้าน -- 1 เดือน เท่ากับค่าเช่า ถ้าเช่าทั้งยูนิต ก็มีน่ามัดจำไฟฟ้า น้ำด้วย อีกประมาณ 500$S
- ค่าสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ถ้าอยู่ HDB กับเจ้าของบ้าน ก็มักจะไม่ต้องซื้ออะไร นอกจากของใช้ส่วนตัว
รายได้
- รายได้ในแต่ละสาขาไม่เท่ากัน แต่ในระดับ Professional (Q1 Visa) จะเริ่มต้นที่ 2,800 $S (Monthly) ยังไม่หักภาษี
- ภาษี หากทำงานไม่เกิน 183 วัน จะเสียในอัตรา 15% หากอยู่มากกว่านั้น คิดเป็นขั้นบันได (3% เป็นต้นไป)