Scalopus+ abnormal in the daily

Fountain pen and Notes

Posted on November 9, 2010

ได้ปากกาหมึกซึมสามสีในที่สุด แดง น้ำเงิน ดำ จากร้านสมใจ จามจุรีสแควร์

Fountain Pen

ส่วนหมึกแดง หายากมาก ร้านสมใจก็ไม่มีขาย ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ก็ไม่มี สุดท้าย ได้ที่ BeTrend เดอะมอลล์บางกะปิ

น้ำหมึกสำหรับปากกาหมึกซึมสีแดง ไอเท็มหายาก เจอที่เดอะมอลล์บางกะปิ

ส่วนโพสอิทที่ซื้อมา ตามโปรโมชั่น ไม่ถูกใจ คราวหน้าจะไม่ซื้อยี่ห้อนี้อีกแล้ว

ตรงส่วนที่ด้านหลังเป็นกาว มันจะเขียนไม่ค่อยติดเท่าไหร่ เหมือนมันเคลือบสารพอลื่นๆไว้ไม่ให้ติดกับแผ่นด้านหน้า

อีกยี่ห้อนึงที่เราก็รู้สึกว่า อาจจะพอซื้อมาใช้ กรณีเป็นแผ่นเล็กๆ ใช้ไว้ทำเครื่องหมายเท่านั้น แผ่นใหญ่ๆ คงจะไม่ซื้อเหมือนกัน

แผ่นเล็กๆ เขียนได้ดีกว่าอีกยี่ห้อหน่อยนึง แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังไม่ถูกใจ

ซื้อครีมทากันแดดมาด้วย เมื่อเริ่มใช้ ก็ต้องมาลองดูสักหน่อยว่าขวดนึงจะใช้ได้กี่วัน ผลของการใช้สิบวัน ลดไปประมาณ 3-4 mm ดังนั้น ขวดนี้ทั้งขวด น่าจะใช้ได้ราวๆ 3 เดือน (90 วัน) ถ้าตีจากราคา 1000 บาท ก็จะตกค่าใช้จ่ายวันละ 10.11 บาท. คราวหน้าเมื่อผิวดีขึ้นแล้ว ค่อยไปลองยี่ห้ออื่นที่ราคาถูกกว่านี้

พริงเกิ้ลลุงหนวด หน้าตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ลุงแกผมล้านขึ้น เปลี่ยนทรง โลโก้เปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วก็จากเดิมมันฝรั่งกระโดดลงถังซาวครีม ก็เปลี่ยนมาจิ้มแทนแล้ว

Pringle - (L) Normal Size (R) Smaller size with less hair in logo.

Filed under: Personal 1 Comment

Microsoft Wireless Mobile Mouse 6000

Posted on October 22, 2010

นานๆ จะตัดสินใจซื้อเมาส์ราคามากกว่า 500 บาททั้งที ก็เลยเลือกสักหน่อยว่าจะใช้ของอะไรดี สำหรับเม้าส์ไร้สาย ผมเลือกซื้อของมียี่ห้อมากกว่า เหตุผลแรกคือเรื่องประกันที่มีระยะเวลานานกว่าเม้าส์จากเมืองจีนและก็เรื่องของความคงทน สุดท้าย ผมได้เมาส์ Microsoft Wireless Mobile Mouse 6000 มาในราคา 1,490 บาท จากฟอร์จูนทาวว์

ข้อดีของเมาส์รุ่นนี้คือ มีปุ่มเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ปุ่ม ซ้าย - ขวา โดยเมื่อทำงานร่วมกับโปรแกรมที่มาพร้อมกับเมาส์ จะสามารถสร้างเป็น Shortcut key ได้ เลือกได้ว่าปุ่มทั้งหมด จะทำงานเป็นอย่างไร ระยะการทำงานห่างได้จากเสาปล่อยสัญญาณไร้สาย ประมาณหนึ่งเมตร (จะแตกต่างจากรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีฟันสีฟ้า - Bluetooth ที่จะรับส่งได้ไกลกว่านี้อีกมาก)

ผมได้สรุปข้อดีข้อเสียไว้ประกอบการพิจารณาเอาไว้ดังนี้

ข้อดี

  • ใช้แบตเตอร์รี่เพียงก้อนเดียว ขนาด AA
  • มีที่เก็บหัว USB เล็กๆในเมาส์สำหรับไปเสียบกับเครื่องอื่น
  • ตัวรับสัญญาณทางพอร์ต USB มีขนาดเล็ก
  • มีปุ่มเปิดปิดเม้าส์
  • เปิดเครื่องเสียบ สามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องลงไดร์เวอร์เพิ่มเติม (แต่ถ้าลงซอฟต์แวร์เพิ่มจะมีฟังก์ชั่นใช้งานเพิ่มเติมได้เล็กน้อย)
  • มีไฟบอกแบตเตอร์รี่เหลือพลังงานน้อย
  • ระยะเวลาประกัน 3 ปี
  • มีปุ่มสำหรับตั้งฟังก์ชั่นพิเศษอีกสองปุ่ม (นอกเหนือจากปุ่มคลิ๊กซ้าย คลิ๊กขวา ปุ่มเมาส์ของลูกกลิ้ง Scroll Bar) โดยปกติถ้าไม่ลงซอฟต์แวร์เพิ่ม จะมีฟังก์ชั่นเหมือนการกด Back / Forward / Double Click ตาม Window ที่ใช้งานอยู่ ว่าเป็นอะไร

ข้อเสีย

  • ระยะเวลาแบตเตอร์รี่ ไม่สูงมากนัก
  • ปุ่มกดของ Wheel (ลูกกลิ้ง Scroll Bar) แข็งกว่า คลิ๊กซ้ายและคลิ๊กขวามาก แทบจะไม่สามารถออกแรงกดได้อย่างสมดุลย์ อ่านรายละเอียดด้านล่าง
  • ปุ่มกดข้างขวาใช้แรงน้อยเกินไปในการกด เป็นสาเหตุให้ เวลาวางเมาส์ซึ่งปกตินิ้วกลางที่วางไว้บนปุ่มขวา บางครั้งมันกดไปเอง และไม่รู้สึกว่ากดโดนปุ่ม แต่โดนปุ่ม อ่านรายละเอียดด้านล่าง
  • ขนาดไม่เหมาะกับมือคนใหญ่ๆมากนัก
  • ลูกกลิ้งไม่มีความรู้สึกในแต่ละคลิ๊ก มันลื่นเหมือนกำลังเลื่อนลูกยางเปล่าๆ ขาดความรู้สึกด้านการสัมผัสไปสักหน่อย
  • ใช้ได้ห่างจากตัวรับสัญญาณได้เพียงประมาณ 1 เมตร ล๊อตใหม่สามารถรับส่งสัญญาณได้ไกลขึ้นกว่าเดิมด้วย
  • 1000 DPI ไม่ละเอียด สำหรับงานที่ต้องการความละเอียด
  • ต้องระวังสำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นที่มีปัญหาไฟรั่ว เนื่องจากตอนดึงออกจะมีโอกาสสัมผัสโลหะของพอร์ต USB ได้ง่าย เพราะตัว USB Wireless Sensors ภาครับมีขนาดเล็กมาก

[Update 30-Oct-2010] ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคไม่ดี เม้าส์ตัวที่ผมซื้อมา คงเป็นช่วงที่ไมโครซอฟต์กำลังปรับปรุงผลิตภัณฑ์อยู่พอดี เม้าส์ล๊อตเก่าจะมีคีย์อ่อนทั้งหมด ในขณะที่เม้าส์ล๊อตใหม่ รุ่นเดิมมีการปรับคีย์ให้แข็งขึ้นเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ถ้าท่านใดซื้อ ขอแนะนำให้ลองดูกล่องผลิตภัณฑ์ด้วยว่าเป็นล๊อตเก่าหรือล๊อตใหม่ ปัจจุบันที่ IT City ขายเม้าส์ล๊อตเก่าที่ราคา 1,400 THB ส่วนล๊อตใหม่ ขายอยู่ที่ 1,790 บาทครับ แต่คีย์กลางยังลื่นกับแข็งกว่าคลิ๊กทั้งสองข้างเหมือนเดิม แต่ไม่ก๊อกแก๊กไปมาแล้ว

ด้านซ้ายเป็นเมาส์ล๊อตเก่าเป็นกล่องพลาสติก ด้านขวาเป็นเมาส์ล๊อตใหม่กล่องกระดาษ

สำหรับเม้าส์ ถ้าเป็นราคาเกิน 500 บาท ผมก็จะดูของมียี่ห้อไปเลย ในรุ่นไร้สาย จริงๆ มีของ Oker จากประเทศจีน ซึ่งราคาน้อยกว่า 500 แต่อุปกรณ์พวกนี้ ต้องทำงานพร้อมกับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา มีโอกาสเสียบ่อยครั้ง เลยซื้อแบบมียี่ห้อไปเลย รับประกันนานๆ น่าจะคุ้มค่ากว่า ธรรมชาติของผู้เขียนโดยปกติแล้วจะนิยมของถูกเช่น เม้าส์ P&A ตัวละ 69 บาท แต่ถ้าเป็นเมาส์ตระกูลไร้สายนี้ ซื้อถูกไปอาจจะไม่คุ้มนัก ในระยะยาว

ราคา

ราคาที่ Amazon.com อยู่ที่ประมาณ 800-900 THB (ที่อเมริกา) ส่วนที่ไทยใน IT City ขายอยู่ที่ 1790 THB แต่ผมซื้อจากร้านข้างนอกได้ในราคา 1490 THB

ปัญหาที่ผู้ใช้พบ

(ข้อมูลจาก Review ใน Amazon.com สำหรับเม้าส์รุ่นนี้)

  • USB Wireless Sensors หรือตัวภาครับสัญญาณที่ติดพอร์ต USB มีปัญหาเรื่องความร้อนสูง

USB Wireless Sensors for Microsoft Mouse

Microsoft Wireless Mobile Mouse 6000

[ Update 6 Dec 2010, 25 Jan 2011]

  • แบตเตอร์รี่ ระบุวันเริ่มต้น 31 Oct 2010 ปัจจุบัน 6 Dec 2010 21:00 ขึ้นไฟสีแดงแล้ว แสดงว่าแบตอ่อนแรงแล้ว ดูผิดจากระยะเวลาใช้งานจริงพอสมควร เพราะสเปคระบุว่าสามารถใช้งานได้ 8 เดือน เมื่อใช้วันละ 5  ชั่วโมง นี่เราใช้ตั้งแต่ตื่นยันหลับ ยังไงก็มากกว่าไม่น่าเกิน 3 เท่า กลับใช้งานได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น
  • Battery #1 - [31 October 2010 - 7 December 2010] = 39 วัน โดยประมาณ
  • Battery #2 - Panasonic Alkaline [7 December 2010 - 25 January 2011] = 50 วัน โดยประมาณ
  • Battery #3 - Panasonic Alkaline [25 Jan 2011 - 03 March 2011] =  36 วัน โดยประมาณ
  • Battery #4 - Panasonic Alkaline [03 March 2011 - 03 April 2011] = 30 วัน โดยประมาณ
  • Battery #5 - Panasonic Alkaline [03 April 2011 - 03 May 2011] = 30 days.
  • Battery #6 - Panasonic Alkaline [03 May 2011 - 19 June 2011] รอบนี้ ใช้น้อย วันละสองชั่วโมง โดยเฉลี่ย
  • Battery #7 - Panasonic Alkaline [19 June 2011 - 23 July 2011], And Continue from 23 Oct 2011
  • Claimed - During 23 July 2011 - 07 August 2011 at Thailand. (Cannot claim oversea)
  • Battery #8 - Duracell 07 August 2011 - 23 October 2011 รอบนี้ ใช้งานวันละไม่มาก แค่วันละสองสามชั่วโมง
  • Battery #7 (Cont) [23 October 2011 - 14 November 2011] = 55 days
  • Battery #9 - Panasonic Alkaline [14 November 2011 - 3 January 2012]
  • Battery #10 - 3 Jan 2012 - Present
[Update 23 July 2011]
  • เจ้งแล้วครับ ประมาณการณ์ว่า ถ้าไม่ตัว Receiver ไม่ดี ก็ตัวส่งสัญญาณ หรือไม่ก็เซนเซอร์ไปซะแล้ว ใช้งานไม่ได้แล้ว
[Update 07 August 2011]
  • ได้รับเมาส์ที่ส่งกลับไทยไปเคลมกลับคืนมา พร้อม Battery เริ่มใช้งานต่อ

รายละเอียดประกอบการตัดสินใจ

  • เว็บไซต์ไมโครซอฟต์
  • Amazon.com - Best Seller #9 ประจำวันที่ 21 Oct 2010 ในหมวดเมาส์ไร้สาย
  • Amazon.com - Best Seller #6 ในหมวดเมาส์สำหรับโน๊ตบุ๊ค
Filed under: Personal No Comments

lost SCB Debit Card

Posted on October 22, 2010

บัตร ATM ตั้งแต่เกิดมา ผมมีทำไว้ทั้งหมด 2 ใบ ใบแรก ทำเมื่อ 15 ปีก่อนตอนผมอยู่ชั้น ม.1 บัตรเอทีเอ็มใบแรก ไม่ได้หายเลย แต่เกิดปัญหาจากตู้เอทีเอ็มทำงานผิดพลาดทำให้กลืนบัตรเข้าไป ตอนตู้เอทีเอ็ม Restart ระบบตัวมันเองใหม่ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมทำต้องบัตรเอทีเอ็มใบใหม่ โดยไม่ได้รับเงินชดเชยค่าทำบัตรใหม่จากธนาคารเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะไม่ใช้ความผิดเราก็ตาม เหตุการณ์นี้ ก็ไม่รู้จะจัดการยังไง เพราะบัตรสีม่วง แต่ตู้อ้วกเงินของชาวนา ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับผิด

บัตรม่วงใบใหม่ เลยได้รับสิทธิษในการแปลงกายเป็นบัตรเดบิต นับตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน ที่บัตรผมไม่รู้หลุดหล่นจากกระเป๋าไปเมื่อใด ความน่ากลัวของบัตรเดบิตก็คือ แค่ลายเซ็นต์ มันก็ดึงเงินออกจากบัญชีได้เลยโดยที่ไม่ต้องดูหน้าตาอะไรมากมาย เพราะบัตรมีแค่หมายเลขกับลายเซ็นต์เพียงเท่านั้น ตลอดระยะเวลาที่ใช้มาเกือบๆ สิบปี ไม่เคยพบว่าการจ่ายเงินที่ใด จะตรวจสอบบัตรประชาชนเลยแม้แต่น้อย ส่วนเงิน ถ้าโดยขโมยบัตรไปใช้จริง การติดตามก็ยากกว่า และก็ง่ายกับธนาคารที่จะปฏิเสธการดึงเงินกลับมา

ผมโทรแจ้งอายัติบัตรรอบนี้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ผ่าน Call Center SCB 0-2777-7777 ใช้เวลาขั้นตอนทั้งหมดไม่เกิน 10 นาที สามารถอายัติบัตรได้เรียบร้อย สิ่งที่แตกต่างไปจากการอายัติครั้งแรกคือ พนักงานแจ้งว่า บัตรเดิมที่สั่งอายัตินั้น สามารถยกเลิกการอายัติได้ภายใน 30 วัน นั่นแปลว่า ถ้ามีคนเก็บบัตรได้ ส่งบัตรคืนกับธนาคาร หรือหาบัตรของตัวเองเจอเมื่อไหร่ ก็สามารถใช้บัตรเดิมทำธุรกรรมต่อได้ ในขณะที่ถ้าเลยเวลา 30 วัน หลังจากแจ้งอายัติแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ต้องทำบัตรใหม่เพียงเท่านั้น ก็นับว่าเป็นข้อมูลที่ดี เพราะตอนรอบแรกเมื่อประมาณปี 2540 ที่ตู้เอทีเอ็มอมบัตรผมไปนั้น จนท. บอกว่า อายัติแล้วก็คืออายัติ ต้องทำบัตรใหม่ลูกเดียว

ตอนนี้ ได้เวลาตัดสินใจอีกครั้ง ระหว่างการทำบัตรม่วงที่เดิม แต่ไม่มีลูกเล่นอะไรมากนัก ระบบออนไลน์พอใช้งานได้ กับบัตรชาวนา ออกแบบบัตรได้เอง เราจะได้ใส่หน้าตาเราลงบัตรลงไปด้วย ตู้ของทั้งสองที่นี้ เป็นตู้ที่ได้กดบ่อยที่สุดในเมืองไทยแล้ว แต่จะทำบัตรใหม่ ก็เสียดายค่าธรรมเนียมเหลือเกิน : (

Filed under: Personal No Comments